เครื่องยนต์รถเจาะฟูรูกาว่ารุ่น 9, 12 แบบ ISUZU 6BG1, 6BG1T แบบเจาะลึก ข้อดี ข้อเสีย ซ่อมบำรุงต่าง ๆ
- admin

- 2 วันที่ผ่านมา
- ยาว 3 นาที

บทสรุป
วใจของ HCR9 และ HCR12 คือเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบตระกูล **ISUZU 6BG1 / 6BG1T** ขนาด 6.5 ลิตร — เครื่องยนต์กลไกล้วน ทนทาน เรียบง่าย ที่ ISUZU ใช้แพร่หลายในรถบรรทุก รถขุด และเครื่องปั่นไฟทั่วเอเชียมากว่า 30 ปี
สำหรับคนซื้อรถเจาะมือสองในไทยและพม่า ข้อดีที่สำคัญที่สุดของเครื่องนี้คือสิ่งที่มัน "ไม่มี" — ม่มีคอมมอนเรล ไม่มีระบบอิเล็กทรอนิกส์ซับซ้อน ช่างในอู่ซ่อมได้เองหน้างาน ทนน้ำมันคุณภาพต่ำ อะไหล่หาได้ทุกที่ และที่สำคัญคือ **Downtime ต่ำ** — ยกเครื่องเสร็จภายในไม่กี่วันด้วยต้นทุนที่ต่ำ
HCR9 ใช้ 6BG1 แบบดูดอากาศธรรมชาติ (ไม่มีเทอร์โบ)
HCR12 ใช้ 6BG1T แบบมีเทอร์โบ ให้กำลังและแรงบิดสูงกว่า
เครื่องยนต์ตัวไหนอยู่ในรถรุ่นไหน
รุ่น | เครื่องยนต์ | ลักษณะ |
HCR9 (HCR9DS2) | ISUZU 6BG1 | 6-cylinder, no turbo |
HCR12 (HCR12-EDS, EDS2) | ISUZU 6BG1T | 6-cylinder, turbocharged Higher power/torque |
หมายเหตุสำหรับผู้ซื้อทั่วไป ในตลาดต่างประเทศ HCR12 บางรุ่นย่อยเคยติดตั้งเครื่องยนต์ยี่ห้ออื่น (เช่น CAT) ดังนั้นเมื่อซื้อรถ HCR12 จากแหล่งใด ๆ ควรตรวจป้ายเครื่องยนต์ให้แน่ใจเสมอ เช่นเดียวกับที่ต้องดูรหัสต่อท้ายรุ่น (DS / D / ED) ไม่ใช่ดูแค่ชื่อรุ่น — รถ HCR12 ที่ ส. สุวิทย์เทรดดิ้ง จำหน่าย เป็นเครื่อง ISUZU 6BG1T ทั้งหมด
สเปคจริงของเครื่องยนต์
Item | 6BG1 (no turbo) | 6BG1T (turbo) |
Type | 4-stroke, inline 6-cylinder diesel, water-cooled, OHV | Same + turbocharger |
Displacement | 6.494 L (~6.5 L) | 6.494 L (~6.5 L) |
Bore × stroke | 105 × 125 mm | 105 × 125 mm |
Compression ratio | 17 : 1 | 17 : 1 |
Fuel injection | Direct injection, mechanical (no ECU) | Direct injection, mechanical + turbo (no common rail) |
Power (industrial rating) | ~114 hp (continuous) / ~129 hp (max) @ 2,500 rpm | ~163 hp @ 2,200 rpm |
Max torque | ~424 N·m @ 1,500 rpm | ~554–600 N·m @ ~1,800 rpm |
Dry weight (engine only) | ~463 kg | ~490 kg |
Cylinder liners | Dry type, replaceable | Dry type, replaceable |
ข้อสังเกตสำคัญ: 6BG1 กับ 6BG1T ใช้เสื้อสูบ กระบอกสูบ และช่วงชักเดียวกัน — ต่างกันหลัก ๆ ที่เทอร์โบและการจูน นี่คือเหตุผลที่อะไหล่ภายในส่วนใหญ่ใช้ร่วมกันได้ และทำให้การซ่อมบำรุงทั้งสองรุ่นคล้ายกันมาก
ข้อดี
1. ระบบกลไกล้วน — ซ่อมได้หน้างาน ไม่ต้องพึ่งคอมพิวเตอร์
BG1/6BG1T ใช้ **ปั๊มฉีดน้ำมันแบบกลไก** ไม่มีกล่อง ECU ไม่มีคอมมอนเรล ไม่มีเซ็นเซอร์จำนวนมากให้เสีย นี่คือข้อได้เปรียบที่ใหญ่ที่สุดสำหรับงานเหมืองและงานเจาะในพื้นที่ห่างไกล — ช่างที่มีฝีมือสามารถวินิจฉัยและซ่อมได้ด้วยเครื่องมือทั่วไป ไม่ต้องมีโน้ตบุ๊กวินิจฉัยหรือรอผู้เชี่ยวชาญจากส่วนกลาง
นี่คือหลักการเดียวกับที่ทำให้รถรหัส DS (อิเล็กทรอนิกส์น้อย) ขายง่ายและรักษามูลค่าได้ดีกว่ารหัส D และ ED เครื่องยนต์กลไกก็เข้าหลักการเดียวกัน
2. Downtime ต่ำ — ยกเครื่องเร็ว ค่าซ่อมถูก
จุดนี้คือข้อได้เปรียบที่จับต้องได้ที่สุดในเชิงธุรกิจ กรณีเสื้อสูบไม่แตกหัก **งานยกเครื่องพร้อมตรวจปั๊มและหัวฉีดใช้เวลาไม่เกิน 7 วัน** ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ **100,000 บาท** และอะไหล่ราคาถูกมาก ทำให้รถกลับมาทำงานได้เร็ว ลดการสูญเสียรายได้จากรถจอด — ต่างจากเครื่องเฉพาะทางหรือเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้เวลาซ่อมนานและค่าใช้จ่ายสูงกว่ามาก
3. 3. อะไหล่หาง่ายมาก เพราะใช้ร่วมกับเครื่องจักรอีกนับสิบรุ่น
- **รถขุด Hitachi** ตระกูล EX200 / ZX200 (EX200-3, EX200-5, ZX200, ZX210 ฯลฯ) — เครื่องที่พบเห็นได้ทั่วไทย
- **รถขุด JCB** (JS200, JS240) และ **SANY** (SY235)
- **รถบรรทุก ISUZU** ตระกูล FSR / FRR / NRR
- **เครื่องปั่นไฟ** เช่น Denyo และยี่ห้ออื่น
- **รถโฟล์คลิฟต์ TCM** และรถตักล้อยาง **Furukawa FL200-1**
ผลก็คือ ชุดยกเครื่อง ปะเก็น ลูกสูบ ปลอกสูบ แบริ่ง วาล์ว หาซื้อได้ง่ายทั้งของแท้และของเทียบคุณภาพดี ราคาไม่แพง ในเมืองไทยและภูมิภาค
4. ปลอกสูบแบบแห้งเปลี่ยนได้ — ยกเครื่องถูกกว่า
เครื่องนี้ใช้ **ปลอกสูบแบบแห้งที่เปลี่ยนได้** เมื่อถึงเวลายกเครื่อง ช่างสามารถถอดเปลี่ยนปลอกสูบได้โดยไม่ต้องคว้านเสื้อสูบใหม่ ทำให้ต้นทุนการยกเครื่องต่ำลงและทำได้เร็วขึ้น
5. ทนน้ำมันคุณภาพต่ำ
ระบบฉีดตรงแบบกลไกทนต่อคุณภาพเชื้อเพลิงที่ไม่สม่ำเสมอได้ดีกว่าเครื่องคอมมอนเรลสมัยใหม่มาก — เป็นข้อได้เปรียบจริงในพื้นที่ที่คุณภาพดีเซลไม่แน่นอน เช่น หน้างานในพม่าหรือเหมืองห่างไกล
6.เสื้อสูบและฝาสูบเหล็กหล่อ ทนทาน อายุใช้งานยาว
โครงสร้างเหล็กหล่อทั้งเสื้อสูบและฝาสูบออกแบบมาให้รับงานหนักต่อเนื่อง เมื่อบำรุงรักษาสม่ำเสมอ เครื่องนี้ขึ้นชื่อเรื่องความอึดและอายุการใช้งานที่ยาวนาน
ข้อเสียและข้อจำกัด
1. เป็นเทคโนโลยีเก่า — ควันดำมากกว่า ประหยัดน้ำมันสู้เครื่องใหม่ไม่ได้
6BG1/6BG1T เป็นเครื่องรุ่นเก่า ไม่มีระบบควบคุมมลพิษสมัยใหม่ ควันดำมากกว่าและกินน้ำมันมากกว่าเครื่องคอมมอนเรลรุ่นใหม่ในกำลังที่เท่ากัน **สำหรับตลาดไทยและพม่าเรื่องนี้มักไม่ใช่ประเด็น** เพราะไม่มีข้อบังคับมลพิษเข้มงวดกับรถเจาะ แต่ควรทราบไว้ตามจริง
2. กำลังต่อขนาดต่ำกว่าเครื่องสมัยใหม่
ด้วยความจุ 6.5 ลิตร แต่ให้กำลังราว 114–177 แรงม้า เครื่องนี้ให้กำลังต่อขนาดต่ำกว่าเครื่องสมัยใหม่ ในทางปฏิบัติแปลว่าเครื่องใหญ่และหนัก แต่แลกมากับความทนทานและความเรียบง่าย
3. รุ่น 6BG1 (ไม่มีเทอร์โบ) มีปัญหาความร้อนเมื่อใช้งานหนัก
เครื่อง 6BG1 แบบดูดอากาศธรรมชาติมีแนวโน้มความร้อนขึ้น (overheat) เมื่อใช้งานหนักหรือเจาะหินที่แข็งมาก **ต้องประคองไม่ให้เครื่องทำงานหนักเกินไป** และถ้าปั๊มไฮดรอลิก ปั๊มลม หรือตัวเครื่องเองสภาพไม่สมบูรณ์ ก็จะฮีททันที — ในทางกลับกัน รุ่น 6BG1T ที่มีเทอร์โบและกำลังมากกว่า ไม่พบปัญหาความร้อนลักษณะนี้ จึงเหมาะกับงานหนักและหินแข็งมากกว่า
4. เป็นเครื่องอายุมาก — การสึกหรอตามชั่วโมงเป็นเรื่องธรรมชาติ
รถ HCR9 ทุกคันในตลาดตอนนี้อายุ 20 ปีขึ้นไป และ HCR12 เครื่อง ISUZU ก็ไม่ใช่ของใหม่ ชิ้นส่วนที่เสื่อมตามการใช้งาน เช่น แหวนลูกสูบ ปลอกสูบ หัวฉีด ปั๊ม ปะเก็นฝาสูบ ล้วนถึงคราวต้องดูแล **เลขชั่วโมงต่ำในรถเก่าไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป** — เลขไมล์เครื่องเจาะรุ่นเก่ามักหมุนครบรอบแล้ว (เช่น รถปี 1998 ที่ขึ้น 633 ชั่วโมง แทบแน่นอนว่าคือ 10,633 ชั่วโมง)
การซ่อมบำรุง
ระยะบำรุงรักษาทั่วไป
- **น้ำมันเครื่อง:** ใช้ดีเซลเกรด SAE 15W-40 มาตรฐาน CI-4 ขึ้นไป เปลี่ยนทุก ~500 ชั่วโมงการทำงาน ตรวจระดับน้ำมันทุกสัปดาห์เมื่อใช้งานหนัก
- **ไส้กรองเชื้อเพลิง:** เปลี่ยนตามระยะ และในพื้นที่ที่คุณภาพน้ำมันไม่ดีควรเพิ่มกรองดักน้ำ/ตะกอนก่อนเข้าปั๊ม
- **ระบบระบายความร้อน:** ใช้น้ำยาหล่อเย็นที่มีสารกันสนิม ล้างระบบทุก ~2 ปีเพื่อกันตะกรัน — **สำคัญมากในงานเจาะที่ฝุ่นเยอะและอุณหภูมิสูง โดยเฉพาะรุ่น 6BG1 ที่ไวต่อความร้อน**
- **ไส้กรองอากาศ:** ตรวจและทำความสะอาด/เปลี่ยนบ่อยในสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่นมาก (งานเจาะหินฝุ่นเยอะเป็นพิเศษ) การอุดตันทำให้กำลังตกและเขม่ามากขึ้น
- **ระยะห่างวาล์ว:** ตรวจและตั้งตามระยะ ระยะห่างที่ผิดทำให้เครื่องดัง เผาไหม้ไม่ดี และวาล์วเสียหาย
- **สายพานพัดลม/ไดชาร์จ:** ตรวจความตึงเป็นประจำ
อาการเสียที่พบจริงจากประสบการณ์ในอู่
จากประสบการณ์ซ่อมและยกเครื่อง 6BG1/6BG1T อาการที่พบบ่อยได้แก่:
- **ความร้อนขึ้น (Overheat)** — ส่วนใหญ่มาจากการบำรุงรักษาระบบระบายความร้อนที่ไม่ดี (หม้อน้ำ น้ำยาหล่อเย็น ปั๊มน้ำ) ยิ่งในรุ่น 6BG1 ที่ไม่มีเทอร์โบจะไวต่อความร้อนเป็นพิเศษเมื่อใช้งานหนักหรือเจาะหินแข็ง
- **Blow-by (ไอเสียรั่วผ่านห้องข้อเหวี่ยง)** — สังเกตได้จากมี **ควันดันออกทางท่อหายใจ (breather) ด้านล่างเครื่อง** เป็นสัญญาณว่าแหวนลูกสูบ/ปลอกสูบเริ่มสึก
- **ควันดำหนา** — มักมาจาก **เครื่องหลวม** (การสึกหรอภายในมาก) หรือหัวฉีด/ปั๊มเสื่อมสภาพ
งานยกเครื่องและต้นทุน
กรณีเสื้อสูบไม่แตกหัก งานยกเครื่องพร้อมตรวจปั๊มและหัวฉีดใช้เวลาไม่เกิน 7 วัน ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ 100,000 บาท ด้วยอะไหล่ราคาถูกและปลอกสูบแบบแห้งที่เปลี่ยนได้โดยไม่ต้องคว้านเสื้อสูบ ต้นทุนการยกเครื่องจึงต่ำและรถกลับมาใช้งานได้เร็ว
ก่อนซื้อ: จุดตรวจเครื่องยนต์และระบบควบคุม
หากกำลังพิจารณาซื้อ HCR9 หรือ HCR12 มือสอง ควรตรวจอย่างน้อยดังนี้:
1. **สีควันไอเสีย** — ควันดำมากตอนเร่งบ่งชี้หัวฉีด/ปั๊มเสื่อมหรือกรองอากาศตัน ควันขาว/น้ำเงินบ่งชี้กินน้ำมันเครื่อง (แหวน/ปลอกสูบ)
2. **ควันจากท่อหายใจ (breather) ด้านล่าง** — ถ้ามีควันดันออกมามากขณะเครื่องเดิน แสดงว่ามี Blow-by แหวน/ปลอกสูบสึกแล้ว
3. **แรงดันน้ำมันเครื่อง** — ต่ำผิดปกติบ่งชี้การสึกหรอภายใน
4. **ความร้อนเครื่อง** — โดยเฉพาะรุ่น 6BG1 ให้ลองสังเกตอุณหภูมิขณะทำงานต่อเนื่อง และตรวจสภาพหม้อน้ำ/น้ำยาหล่อเย็น
5. **เทอร์โบ (เฉพาะ 6BG1T)** — ตรวจระยะคลอนแกนเทอร์โบและคราบน้ำมันในท่อ
6. **เลขชั่วโมงเทียบกับสภาพจริง** — เลขชั่วโมงต่ำผิดปกติในรถเก่ามักหมายถึงเลขไมล์หมุนครบรอบแล้ว ให้ดูสภาพการสึกหรอจริงประกอบเสมอ
7. **ระบบควบคุมการเจาะ (Omron DCU) ต้องครบ original** — แม้บทความนี้เน้นเครื่องยนต์ แต่จุดที่ต้องระวังมากอีกจุดของรถ HCR คือหน่วยควบคุมการเจาะที่ใช้ระบบ Omron ซึ่งมีเซนเซอร์หลายตัว **ผู้นำเข้าบางรายมักตัดเซนเซอร์เหล่านี้ทิ้งเพื่อความง่าย และไม่กู้ระบบกลับให้เป็นแบบ original** ทำให้รถทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพและแก้ไขยากในภายหลัง ควรตรวจสอบว่าระบบควบคุมยังครบถ้วนสมบูรณ์ก่อนตัดสินใจซื้อ
คำถามที่พบบ่อย
**HCR9 กับ HCR12 ใช้เครื่องยนต์อะไร?** HCR9 ใช้ ISUZU 6BG1 (6 สูบ ไม่มีเทอร์โบ) ส่วน HCR12 ใช้ 6BG1T (มีเทอร์โบ) ทั้งนี้ HCR12 บางรุ่นย่อยในตลาดต่างประเทศเคยใช้เครื่อง CAT — ควรดูป้ายเครื่องจริงเสมอ
**6BG1 กับ 6BG1T ต่างกันอย่างไร?** เป็นเครื่องบล็อกเดียวกัน ความจุ 6.5 ลิตรเท่ากัน ต่างกันที่ 6BG1T มีเทอร์โบ ให้กำลังและแรงบิดสูงกว่า อะไหล่ภายในส่วนใหญ่ใช้ร่วมกันได้
**เครื่อง 6BG1 ร้อนง่ายจริงไหม?** รุ่น 6BG1 ไม่มีเทอร์โบมีแนวโน้มความร้อนขึ้นเมื่อใช้งานหนักหรือเจาะหินแข็งมาก โดยเฉพาะถ้าระบบระบายความร้อน ปั๊มไฮดรอลิก หรือปั๊มลมสภาพไม่ดี จึงควรบำรุงรักษาระบบระบายความร้อนสม่ำเสมอและไม่ฝืนใช้งานหนักเกินไป ส่วนรุ่น 6BG1T ที่มีเทอร์โบไม่พบปัญหานี้
**อะไหล่เครื่องนี้ยังหาง่ายไหม แม้เครื่องอายุ 20 ปี?** หาง่ายมาก เพราะเป็นเครื่องเดียวกับที่ใช้ในรถขุด Hitachi EX/ZX200, รถบรรทุก ISUZU, เครื่องปั่นไฟ และเครื่องจักรอีกหลายรุ่น ทั้งอะไหล่แท้และเทียบคุณภาพดี
**ยกเครื่อง 6BG1 ใช้เวลานานและแพงไหม?** กรณีเสื้อสูบไม่แตกหัก งานยกเครื่องพร้อมตรวจปั๊ม/หัวฉีดใช้เวลาไม่เกิน 7 วัน ค่าซ่อมประมาณ 100,000 บาท เพราะอะไหล่ราคาถูกและใช้ปลอกสูบแบบแห้งเปลี่ยนได้ ไม่ต้องคว้านเสื้อสูบใหม่ — Downtime จึงต่ำ
**เครื่องนี้มีระบบอิเล็กทรอนิกส์ซับซ้อนไหม?** ตัวเครื่องยนต์เป็นระบบฉีดน้ำมันแบบกลไกล้วน ไม่มี ECU ไม่มีคอมมอนเรล แต่ตัวรถมีระบบควบคุมการเจาะ Omron ที่มีเซนเซอร์ ควรตรวจสอบว่ายังครบ original ไม่ถูกตัดทิ้ง
เกี่ยวกับบทความนี้
ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส. สุวิทย์เทรดดิ้ง นำเข้า ยกเครื่อง และบริการรถเจาะไฮดรอลิก Furukawa มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511 เราจำหน่ายรถเจาะ Furukawa ทั้ง HCR9, HCR12, HCR900 และรุ่นอื่น ๆ พร้อมบริการซ่อมเครื่องยนต์ ยกเครื่อง อะไหล่แท้ และการกู้ระบบควบคุม Omron กลับให้เป็นแบบ original
หากต้องการให้ประเมินสภาพรถหรือเครื่องยนต์ก่อนตัดสินใจซื้อ — รวมถึงรถที่คุณกำลังจะซื้อจากที่อื่น — เรายินดีตรวจสอบให้
ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส. สุวิทย์พานิช 704 ถนนเจริญรัถ แขวงคลองสาน เขตคลองสาน กรุงเทพฯ 10600 svtrade.com


ความคิดเห็น